<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>วาทกรรม-วรรณกรรม</title>
	<atom:link href="http://picass.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://picass.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 Dec 2009 15:01:36 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='picass.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/63dc9c5ba84ef209e397bf85c9df3b89?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>วาทกรรม-วรรณกรรม</title>
		<link>http://picass.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://picass.wordpress.com/osd.xml" title="วาทกรรม-วรรณกรรม" />
		<item>
		<title>การจากลา</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/12/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/12/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Dec 2009 15:01:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[1
จากนี้ไป มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ว่างเปล่า 
เธอเข้ามาเติมให้ใจฉันเป็นมนุษย์มากขึ้น
และในวินาทีสุดท้ายที่ฉันได้เป็น
ฉันก็พร้อมจะสิ้นสุด
2
สิ่งมีค่าทำให้เรารู้ว่า
การสูญเสียเป็นอย่างไร
แม้เราได้ครอบครองมันเพียงชั่วขณะเดียว
แม้รู้ว่าต้องแลกกับการสูญเสียทุกสิ่งไปชั่วนิรัน
Posted in เรื่องสั้น       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=140&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/12/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความรู้สึกสีขาว</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/11/15/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/11/15/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Nov 2009 07:41:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/2009/11/15/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ดูเหมือนช่วงเวลาหดแคบลงทุกที ความรู้สึกสีขาวที่รุนแรงเหล่านี้มันคืออะไรกัน เหมือนตอนที่ฉันไปทะเลจ้องมองดูท้องฟ้ายามเย็น และขอบแสงของอาทิตย์ดูจะทอดยาวกว่าเดิม ทั่วทั้งฟ้าเต็มไปด้วยสีครามของหมู่เมฆ มีเพียงรอบๆดวงอาทิตย์เท่านั้นที่เป็นรูโหว่ แล้วอย่างนั้นลำแสงสีขาวจ้าของมันก็สาดลงมา และทำให้เกิดความรู้สึกติดตรึง เหม่อลอยอยู่ในช่องลำแสงของหมู่เมฆ ฉันถามเพื่อนว่าทำไมภาพที่เห็นจึงทำให้รู้สึกสวยงาม เขาบอกว่าเบื้องหลังภาพที่เห็นสอดคล้องกับอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับการกำเนิด มันมีเมล็ดพันธ์ที่เป็นภาพลางๆ อยู่ในความทรงจำของมนุษย์ ตอนที่เราใกล้ชิดกับพระเจ้า คือตอนที่เรากำเนิดหรือก่อนกำเนิด และตอนนั้นเราคงเป็นอะไรที่คล้ายๆ เต็มเปี่ยม ตอนนั้นเองฉันจึงเข้าใจและพูดต่อว่า ภายหลังจากที่เราเกิดกันมาแล้ว และมานั่งเป็นฝูงๆ อยู่บนหาดทรายนี้ อยู่บนแผ่นดินที่ทำเราขาดหายไปเสียทุกอย่าง แล้วเราก็นั่งมองฟ้าเห็นภาพนั้น จึงทำเราให้รู้สึกอยากกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ไปอยู่ในตอนที่เรายังไม่เกิดลงมา แล้วนั่งอยู่บนหาดทรายบ้าๆ นี่ ความรู้สึกสีขาวอะไรที่อยู่ในเรา เหมือนกับขาดความสามารถลงสิ้นเชิงที่จะมีชีวิตอยู่หลังจากที่เกิดมาแล้ว ฉันเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้เป็นชีวิตในลักษณะที่ว่าเกิดมาเพื่อมีเป็นอยู่บนโลก แต่เป็นเพียงคล้ายๆ พลังงานที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกกับสวรรค์ ไม่รู้สิ คงจะเป็นพวกวัว แต่มนุษย์บางคนก็เป็น ฉันเคยเห็นรูปปั้นมนุษย์ที่มีหัวเป็นวัว ฉันไม่แน่ใจว่า หมายถึงมนุษย์หัววัวตนนี้ที่ฉันกล่าวถึงหรือเปล่า แต่หากเป็นจริง มันคงยากนะ ที่จะคงสภาพตนให้เสถียรได้ ก็ในเมื่อครึ่งหนึ่งอยู่บนสถานที่ๆ ยังไม่ไเกิด อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในที่ๆ เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ฉันเคยเห็นภาพคนที่ชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน และดวงตาเขาก็มองมาที่ฉัน สำหรับฉันมันไม่ได้เป็นเรื่องราวของการจะไปสวรรค์ แต่มันเป็นยมฑูตสำหรับพวกมนุษย์หัววัวโดยเฉพาะ ยมฑูตเอ๋ย พวกแกคงจะเป็นดวงวิญญาณสีฟ้า เข้ามาทางหน้าต่างตอนพลบเย็น ยืนหันหลังให้ข้า ในขณะที่ข้าเห็นแผ่นหลังสีฟ้าเรืองไปด้วยขอบสีทองของแสงที่เข้ามาทางหน้าต่าง สมมุติว่คนอย่างฉันจะตาย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=138&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/11/15/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การร้องไห้ของพวกเด็กๆ</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2009 15:22:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[เหมือนฉันผ่านชีวิตมาสักร้อยปี อะไรๆดูนานจนเกินไป วันนี้ฉันเห็นคนทำท่อน้ำเอาหัวมุดลงไปในช่องน้ำทิ้ง และขาของเขาก็ชี้ฟ้า มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเขากำลังเอาหน้าซุกลงไปในอะไรสักอย่างที่เป็นที่ส่วนตัวของเขาเพื่อร่ำไห้หรือตะโกนออกดังๆ ในห้องที่ไม่มีใครได้ยิน  ทั้งๆ ที่เขากำลังทำ กิจวัตรของมนุษย์ นั้นเลย วันนี้ฉันขับรถไปตามทางและมองสิ่งต่างๆ และบอกกับตนเองว่าสิ่งที่ตนมองอยู่นั้นมันคืออะไร ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย ท้องฟ้าสีฟ้าหม่น และมีเมฆดำลอยอยู่ข้าง ขอบๆ ของมันเรืองแสงขาวใส มีช่องเล็กๆ ที่แสงลอดลงมาข้างล่าง ข้างล่างมีท้องนาเขียวๆ เหลืองๆ สลับกัน มีแสงระยิบบนยอดหญ้าและมีฝูงควายกินหญ้าของพวกมัน ในขณะที่ลาตัวหนึ่งยืนตรงนิ่งไม่ไหวติง ฉันไม่รู้ว่าทำไมมันจึงยืนนิ่งอย่างนั้นได้ พวกสัตว์ไม่น่าจะเหม่อลอย มันควรต้องทำอะไรอย่างฝูงควายสิ  ฉันมองกระทั่งผ้าที่สะบัดของชาวนา และก็บอกตัวเองถึงสิ่งที่ตนเห็นอย่างนั้น ไม่เห็นเกิดประโยชน์นี่กับการคิดถึงสิ่งที่ตนเห็นตนรู้อยู่  บางทีเมื่อฉันกลับมาห้องจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้โฮดังๆ ดังมาจากห้องข้างๆ ฉันนึกว่าเด็กคงจะเอาหน้าซุกหมอนและร้องไห้โฮอยู่ถายในหมอน และเอาขาข้างหนึ่งชี้ฟ้า  มันคงเป็นท่าร้องที่แปลกพิลึก บางที ฉันนึก การที่คนเราเศร้านานๆ และความเศร้านั้นยังคงสะเทือน เหมือนกับว่ามันพุ่งออกไปข้างนอก มันคงไม่มีวิธีใดใช่ไหมจะดีกว่าการที่ร่างกายช่วยบรรเทาความเศร้าเสียใจนั้นด้วยการบิดงอหรือทำท่าที่เหมือนกับจะขับความเศร้านั้นออกมาได้แทนน้ำต่และเสียงโห่ร้อง
Posted in เรื่องสั้น       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=136&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/10/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ครุ่นคิดถึงนวนิยาย</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 16:15:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความเป็นหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพร่างของการเขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[ข้าพเจ้าคิดถึงนวนิยาย แต่ไม่ใช่นวนิยายที่จะนำพาไปสู่แก่นหนึ่ง และหากมีแก่นหนึ่งนั้นจริงก็ต้องใหญ่มากจนไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในหลายๆ อย่าง  แต่ต้องเป็นหนึ่งเดียว  อะไรๆ ที่มันคล้ายๆ หลอมรวม อย่างเช่นความรู้สึกนั้นปรากฏเข้ามาแต่ละขณะ และเป็นความรู้สึกต่างกัน แต่งานเขียนต้องสกัดความรู้สึกต่างๆ นั้นมาเป็นหนึ่ง  ความรู้สึกต่างๆ นั้นต้องถูกขัดเกลา หรือ ยกระดับตัวมันจนกลายเป็นสิ่งที่มีวิญญาณ หมายถึงเป็นจริงพอที่จะกลับเข้าไปสู่จุดแรกเริ่มของมัน หรือมีสิ่งที่อยู่เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวมันจนทำให้มีความหลอมรวมได้, การแบ่งสิ่งต่างๆ ออกเป็นตอน แล้วหวังว่ามันจะไปรวมอยู่ในหัวคนอ่านทีเดียวเมื่ออ่านจบแล้ว ณ ที่นี้ โลกของข้าพเจ้า มันจะไม่สามารถถ่ายทอดสารที่เป็น “สาระสำคัญ” ได้เลย  เพราะสาระสำคัญดังกล่าวขึ้นอยู่กับการหลอมรวมเป็นสิ่งเดียว เป็นการทำลายเวลาทิ้งไป  ข้าพเจ้าคิดถึงทำนองของดนตรีเสมอ การเข้าแทรกแซงแต่ละห้องๆ แต่ละช่วงขณะ แต่ก็ทำให้รู้สึกทั้งหมด  อะไรสักอย่างที่ไม่ใช่แค่ปมหนึ่งในบุคลิกผู้เขียน แต่เป็นทั้งหมด  นักเขียนควรนึกถึงอะไรทั้งหมดในตัวเขา ที่ไม่ใช่แต่ละชิ้นแต่ละอันเสมอ เขาจำต้องตระหนักให้ได้ถึงมัน เมื่อเขาพูดถึง “บางสิ่ง” ที่สำคัญในตัวเขา บางสิ่งนั้นย่อมเป็นโลกที่รวมหลากหลายสิ่งในตัวเขาแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแก่นเรื่องจริงๆ ที่ข้าพเจ้าต้องการจะเขียนนั้นไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการของนวนิยาย  เพราะแก่นจริงๆ นั้น บางที เกือบจะไม่มี  จะมีก็แต่เรื่อง  เรื่องที่มันเป็นแก่นในตัวมันเอง  มันแทบจะละลายอยู่ในทุกหยดหมึกที่เขาเขียนเลยทีเดียว ดูเหมือนจะมีอะไรสักอย่างที่มากมาย แต่ข้าพเจ้าไม่อาจเขียนมันได้ ไม่อาจเริ่มได้สักที
Posted in [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=133&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความรู้สึกโรแมนติก</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/10/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/10/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2009 15:20:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/2009/10/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[ความรู้สึกโรแมนติกเกี่ยวข้องกับความปรารถนาซึ่งจะโยงไปสู่เรื่องเพศไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ความรู้สึกทางเพศนั้นไหลเวียนอยู่ในกายชายหนุ่ม นั่นทำให้เขามีความสามารถที่จะรัก อารมณ์โรแมนติกดั้งเดิมไม่ได้เป็นจริตของอาการอำพรางความรู้สึกใคร่ต่อเพศตรงข้าม หากแต่เป็นความแรงกล้าของวิญญาณแห่งแรงขับดันทางเพศซึ่งจะยกระดับราคะทางกายเนื้อขึ้นไปสู่เจตจำนงแห่งสัญชาตญาณของสัตว์มีเพศทั้งหลาย ฟรอยส์มีส่วนถูกที่ว่าแรงขับทางเพศมีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อารมณ์โรแมนติกแสดงรูปลักษณ์ของแรงขับทางเพศออกมาให้อยู่บนวิถีที่สวยงาม มันเป็นสัญญาณให้เขารู้ว่า เขามีความรักให้กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตนเอง และก็ไม่ใช่ความรักซึ่งเกิดจากการสนองความต้องการส่วนตัว อย่างที่ใครๆเข้าใจกัน มันเป็นสิ่งไร้เดียงสากว่านั้น ความผิดพลาดมักเกิดขึ้นจากการสานต่ออารมณ์ดังกล่าวไปในทิศทางที่มีมลทินเรื่อยๆ หรือการดึงมันลงสู่ความสำนึกแห่งโลกประจำวัน –สถานที่ๆ เต็มไปด้วยอัตตามากมาย และอารมณ์โรแมนติกอันไร้เดียงสาก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว –อีกประการ เราจะพบเสมอว่าผู้สร้างมลทินให้กับความรู้สึกเดียงสาทั้งหลาย มักไม่ใช่ผู้อ่อนโยนพอจะสัมผัสอารมณ์โรแมนติกตามที่ข้าพเจ้ากล่าวมาเลย, ข้าพเจ้าได้เพิ่มพูนคุณค่าให้แก่ความรู้สึกดังกล่าว หากแต่มิใช่อารมณ์เพ้อฝันของเด็กสาว หรือความเลื่อนลอยแบบแม่หม้ายขาดรัก มันมีความรู้สึกที่เป็นจริงมากกว่าจินตนาการอยู่ในจุดสุดท้ายของลมหายใจในอารมณ์โรแมนติกนี้ และมันจะชัดแจ้งโดยเฉพาะบุคคลที่รู้จักความเศร้า และความร่าเริง -อะไรๆ ที่มันวางอยู่ในที่เหมาะเจาะของรูปแบบอารมณ์ที่เป็นศิลปะอยู่ในบุคคล อะไรๆ ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างดี ณ ที่นั่นบุคคลมักเข้าถึงความไร้เดียงสาของอารมณ์ต่างๆ ของมนุษย์ ความโรแมนติกเป็นหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งข้าพเจ้า –ไม่รู้สิ มันเกือบจะยิ่งใหญ่ สตรีกลายเป็นสัญลักษณ์ขอสถานที่ๆ ชายหนุ่มจะสกัดความรักออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง หรือสตรีกลายเป็นวิญญาณที่จะแบกรับความรักอันหนักอึ้งที่ชายหนุ่มมีให้ต่อโลก -ไม่ว่าจะเป็นโลกใดก็ตาม
Posted in ทรรศนะ       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=132&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/10/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มหาสัญญะแห่งรัตติกาล</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/09/04/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/09/04/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 16:28:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดของวันก็คือช่วงเวลาเย็นโพล้เพล้จนมาถึงพลบค่ำ ในความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาแห่งวันนั้น ฉันเห็นฟ้าสีทองเรื่อแห่งยามเย็นที่ระบายท้องฟ้าอย่างเยือกเย็นและสุขุมที่สุด โยนแสงสุดท้ายแห่งมันฟ่างฟุ้งเข้าไปสู่เหลี่ยมมุมทิศตะวันตก ค่อยๆ แผ่วจางลง ทิ้งให้ท้องฟ้าครามอ่อนที่เหลืออันคณานับยอมสยบโดยดีต่ออำนาจปัญญาของมัน ต้นไม้ฤดูหนาวโล้นใบ เมื่อกลางวันยังคงถลอกร่อนและไม่น่าดูเลย พอตอนนี้ มันถูกลบข้อผอดพลาดทั้งปวงลง ก้มศิโรราบต่อหน้าผืนฟ้าที่แผดจ้า จมลึกเข้าไปในความย้อนแสง หลุดลอยเข้าไปในพลังอำนาจที่แสดงความลึกแห่งราตรีออกมา ด้วยการทาบเหล่ากิ่งหงึกงอแผ่ผึดของมันให้กลายเป็นเงาชัดเข้ม และจงใจแสดงแก่ผู้พบเห็นถึงความน่าเกรงขามนั้น มองมาสิ ความแตกแห่งชีวิตราตรี กะเทาะออกตาเปาะต่อเปาะ ประเดประดังออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน กระเจิงกระจายซ้อนก่ายกันจนยุ่งเหยิง ตวัด ขวัดเขว ระเนระนาดกันจนคลุ้มคลั่งอยู่เต็มฟ้า ทิ่มแทงทะลุเข้าไปในความสังหรณ์อันลึกสุดแห่งมัน ตะโกนไร้เสียงด้วยมหาสัญญะอันตรงที่สุด รุนแรงที่สุด ฉีกกระชากอย่างที่สุด งดงามอย่างที่สุด ความระเบิดออกมาของช่องแคบอันพิศวงแห่งช่วงยามอัสดงนี้ ได้ฟูมฟักบทบาทต่อไปของเทวะน้อยเอาไว้ เทวะแห่งการทำลาย ลงมาจุติแล้วอยู่ในฝูงชนไกลๆ นั่น เหล่าคนซึ่งถูกเกร็นแห่งความมืดปาดป้ายหน้าตาให้ไร้ลักษณ์ มองเห็นเพียงแผ่นสีน้ำตาลตะปุ่มตะป่ำ ไร้ร่องรอยของสีหน้า อารมณ์ และความเฉพาะตัวใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาถูกฆ่าไปแล้วด้วยทัศนภูมิแห่งพญาราตรี มันกดทุกสรรพสิ่งให้อ่อนข้อ แพ้พ่าย และปิดฉากพวกมันด้วยเลือดสีม่วงเข้ม เข้าไปจับทุกสัดส่วนรูปทรง ฉุดกระชากเข้าไปในแผ่นสีทึบไร้มิติ ฝูงค้างคาวกระพือปีกบ้าๆ ของมันออกมาจากฉากอนธกาลนั้น เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมปลุกกำหนัดแห่งป่าให้เจริญเติบโตขึ้น ดอกไม้กลางคืนส่งกลิ่นหอมจาง บ้างก็รุนแรง บ้างก็บางเฉียบผากเข้าไปในสัมผัสของสัตว์ที่เข้าถึงรสได้น้อย สัตว์อายุสั้น เปราะบาง ดำรงชีวิตอยู่เพื่อแพร่พันธ์นับล้าน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=130&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/09/04/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/08/10/127/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/08/10/127/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2009 16:31:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=127</guid>
		<description><![CDATA[แมงเม่ามอดไหม้เพราะไฟ  ไฟเป็นแท่นบูชาให้กับการสดุดีของมัน ด้วยชีวิตที่เป็นเถ้าถ่าน
เปลวไฟลุกโชนผ่านดวงวิญญาณข้า!
ตูข้ามอดไหม้ในวิญญาณของไฟ!
Posted in ทรรศนะ, เรื่องสั้น       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=127&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/08/10/127/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กามณ์อารมณ์</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 06:09:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[กามณ์อารมณ์จะเติบโตขึ้นในร่างบุคคลที่บรรลุวุฒิภาวะ ในทางกลับกันคนหนุ่มจะไม่อาจบรรลุวุฒิภาวะได้หากกามณ์อารมณ์ไม่ได้ลึกซึ้งเข้าไปในการเติบโตของเขา, ความหมายของกามณ์อารมณ์ที่กล่าวนี้ กว้างไกลไปกว่าแรงกระตุ้นเพื่อการสืบพันธุ์ –ทว่าการสืบพันธุ์ก็ไม่ใช่กิจกรรมของตัณหา การ-สืบ-พันธุ์ โดยตัวของมันก็ยังเกี่ยวข้องกับความหมายของกามณ์อารมณ์อันยิ่งใหญ่ ที่ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป
กามณ์อารมณ์ ในสัมผัสหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องทางจิตวิญญาณ มันไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเรา มันเกี่ยวข้องกับพลัง และความฉับไวในการรู้สิ่งต่างๆ และหากข้าพเจ้าเข้าใจไม่ผิด มันยังมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างหนักแน่นกับสิ่งที่เรียกว่าความรักอย่างไม่อาจแยกกันได้เลย, ความรักนั้นดำรงอยู่ในผู้มีจิตวิญญาณ ณ จุดนั้น กามณ์อารมณ์จะดำรงอยู่ในบทบาทที่ถูกครรลอง ข้าพเจ้าอยากเรียกว่าเป็นธรรมชาติแรกเริ่มของมัน
มีความซับซ้อนที่ไม่อาจเข้าใจได้เกี่ยวกับมัน อย่างเช่นในกรณีที่มันเชื่อมโยงกับความรักแบบหนุ่มสาว การที่มันผลักดันเขาและเธอให้บรรลุจุดสุดยอดของเพศรส แต่กระบวนการนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมัน อันที่จริงเรายังกล่าวได้อีกว่า เมื่อกามณ์อารมณ์ลึกซึ้งขึ้นบนความสัมพันธ์ของเขาและเธอ วุฒิภาวะของบุคคลจะเติบโตขึ้น เหมือนมีสิ่งใหม่ก่อตัวขึ้นในตัวพวกเขา ตรงจุดนี้เรายังกล่าวได้ว่ากามณ์อารมณ์ยังทำหน้าที่ในการกระตุ้นการสืบพันธุ์ หากแต่ไม่ใช่ความหมายหยาบๆอีกต่อไป และเราก็ยังกล่าวได้อีกว่า การสืบพันธุ์ไม่ใช่สาระที่แท้จริงของกามณ์อารมณ์ในระดับนี้ หากแต่เป็นความรัก ความรักของคนหนุ่มสาวบนความลึกซึ้งของกามณ์อารมณ์เช่นนี้ –ข้าพเจ้าเชื่อว่ามันเกี่ยวข้องกับความรักในทางศาสนาด้วยเช่นกัน
การร่วมรัก, บนความตื่นรู้ของกามณ์อารมณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันดำรงอยู่ในบุคคลทั้งสองไปพร้อมกัน การตื่นตัวทางเพศอย่างขีดสุดในขณะสัมผัสรสกันและกันจะไม่ใช่เพียงฉากบังหน้าของการสืบพันธุ์ หากแต่มันยังหล่อหลอมความรักของกันและกันที่ดลบันดาลไปตามอำนาจแห่งกามณ์อารมณ์อย่างลึกซึ้ง, เป็นภาวะที่บุคคลตื่นตัวอย่างแรงกล้า และถูกหล่อหลอม –ตรงนี้จะมีความหมายใกล้เคียงกับอิสระ ศักยภาพทางกามณ์อารมณ์ และความตื่นตัวทั้งหมดนี้ ดำเนินมาถึงขีดสุดไปพร้อมกับจุดสุดยอดของกิจกรรมร่วมรัก และมันไม่ใช่ประสบการณ์ที่ทำให้บุคคลเสพติดในเรื่องราคะ หากแต่เกื้อหนุนสัญชาตญาณของเขาให้เติบโตขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็น
ข้าพเจ้าจะพูดสั้นๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่ต่อต้านกามณ์อารมณ์ ดังที่เป็นอยู่นี้, อย่างที่ทราบกัน สิ่งที่เราต่อต้านกลับไปทำลายอิสระในการเข้าใจบทบาทของกามณ์อารมณ์ที่ถูกต้อง และในแง่ของจิตวิญญาณ ในตอนนี้วัฒนธรรมกลับเป็นตัวอันตรายที่สุดต่อการเพิ่มพูนปัญญาทางจิตวิญญาณซึ่งหลั่งไหลมาจากกามณ์อารมณ์ มันกำลังลดทอนบุคลิกของปัจเจกให้สอดคล้องได้กับบุคลิกซึ่งเป็นต้นแบบมาจากวัฒนธรรม ในแง่นี้มันคือบุคลิกที่ถูกสูบพลังงานอันเฟื่องฟูจากกามณ์อารมณ์ ให้เหลือเพียงความเสงี่ยมอันจืดชืดอย่างขันที มันบีบให้เขาเชื่อว่าอะไรถูกอะไรผิด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=125&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หากฉันอยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ฉันยอมแพ้พ่าย ฉันจะพูดอะไรนะ</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/06/07/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/06/07/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2009 15:55:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพร่างของการเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=122</guid>
		<description><![CDATA[ฉันกำลังนึกจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันถามตัวเองเสมอว่า อะไรนะที่ติดอยู่ในหัวเรา หรือเรากำลังคิดอะไรนะ อะไรล่ะที่ทำให้ฉันคิดว่าตนกำลังคิดอะไร ในขณะที่ฉันไม่ได้คิดอะไร คงมีบางสิ่งอยู่จริงๆ บางสิ่งที่อยากจะสื่อสารกับใคร สมมุติว่าในยามที่ฉันต้องพูดออกมาจริงๆ หรืออยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ฉันยอมแพ้พ่าย เหมือนกับเด็กร้องไห้แงเมื่อแม่กอด ในตอนนั้น ฉันจะหาคำอะไรมาพูดล่ะ ประโยคที่ไม่ยืดยาวจนทำให้เสียพลังที่จะถ่ายทอดไป พรมของคำพูดที่จะรองรับความรู้สึกที่หนักพอ และไม่อาจคลี่ขจายออกไปตามช่วงเวลา คำพูดที่คมพอจะเหลาความรู้สึกนี้ให้ปักเข้าไปในอกฉันได้ เหมือนลมหายใจที่ฉันพยายามเอาออกให้หมดไป เหมือนท้องฟ้าหลังฤดูหนาว ลมอุ่นๆ เริ่มเข้ามา ในชั่วขณะที่ยอดของลมหายใจเข้า หลั่งไร้เข้าสู่จิตไร้สำนึก ช่วงแห่งเทวะน้อยๆ ของฉัน ที่ๆลมหายใจได้กลับเข้าสู่ต้นกำเนิดของมันอีกครั้ง –ความเปรมปรีย์อันบริสุทธิ์ ที่อยู่ในสมองของเรา ฉันแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไร้สาเหตุ  มองดูสิ่งต่างๆ รอบตัว และก็ไม่อาจเข้าใจได้ ทุกสิ่งเป็นของมันอย่างนั้น เบื้องซ้ายของฉันผูกพันกับมัน เบื้องขวาของฉันอยู่ในจุดก่อนกำเนิดของพวกมัน มีแต่ความรักที่เหมือนว่างเปล่า หรือความว่างเปล่าที่เหมือนความรัก สิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมาย แต่ก็ทรงอำนาจพอจะทำให้ฉันเกิดเป็นมนุษย์  มีความรู้สึกแบบมนุษย์ ฉันมองและบอกตัวเองว่ากำลังมองอะไร เหมือนเด็กที่หัดอ่านหนังสือ หญิงคนนั้นกำลังกางร่ม ชายชราเดินเข้าร่มไม้ ต้นไม้ใบไม่เต็มทรง ผิวสัมผัสเรียบ ทางเดินไม่เสมอ ทอดยาวลึกลงไปจรดถนนอีกสาย พวกรถวิ่งผ่านไปมา ผู้คนเดินผ่านไปมา สักพักก็เริ่มจางลง  แดดหายวับ ดึงผ้าคลุมสีทองของมันออก อีกเดี๋ยวอาทิตย์จะตกลงตรงโน้น  ท้องฟ้ามืดลง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=122&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/06/07/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แนวคิดว่าด้วยความเป็นอิสระ</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/03/31/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/03/31/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2009 16:36:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/2009/03/31/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[บางที “อิสระ” อาจเป็นเพียงคำๆเดียวที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการจะสื่อสารมากที่สุดในตอนนี้ และเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นคำเริ่มต้นของอธิบายถึงสิ่งที่ไม่อาจหาจุดเริ่มต้นได้, การเป็นอิสระอันดับแรกคือเราต้องวางมันห่างจากแรงกระตุ้นที่จะเป็นอิสระให้มากที่สุด ข้าพเจ้าเกรงว่าหากไม่อย่างนั้นแล้วเราก็เพียงแต่จะพูดกันอยู่ในขอบเขตของพวกโรแมนติก และพวกที่เตรียมตัวจะเป็นพระ, อิสรภาพเกี่ยวข้องกับพลังอำนาจ อำนาจในการเข้าใจสิ่งต่างๆ การเข้าใจสิ่งต่างๆ บุคคลต้องรู้จักวิธีที่จะสัมผัสมัน  อย่างเช่นการสัมผัสที่เข้าถึงตัววัตถุโดยตรง ความเข้าใจในวิญญาณของวัตถุ –รูปทรงต่างๆ –การที่พวกมันหาวิธีเข้าสู่ตัวบุคคลด้วยวิธีอื่นที่มากกว่าการสัมผัสทั่วไป –ความรู้สึกดั้งเดิมของวัตถุที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้น –ตอนนี้ บางทีเราอาจกำลังพูดถึงจิตสำนึกที่ปราศจากภายนอกและภายใน –หรือกล่าวอีกวิธีคือ –สิ่งภายนอกมีความรู้สึกผลักดันมากก่อนที่จะเป็นรูปทรงวัตถุ และภายในเป็นเพียงตัวรับให้เกิดเป็นความรู้สึกนั้น –เหล่านี้เรียกว่าความรู้สึกบริสุทธิ์ที่เป็นต้นแบบของความงาม, ความรับรู้ดังกล่าวคือพลังอำนาจ –นั่นจะทำให้บุคคลง่ายต่อการพิจารณาถึงสิ่งละเอียดอ่อนอื่นๆ 
 
ความเข้าใจโดยลึกซึ้งถึงแหล่งกำเนิดจะนำพาให้บุคคลไปสู่สถานที่ๆเป็นต้นธารของสิ่งต่างๆ  นั่นคือ สิ่งต่างๆกำเนิดมาโดยพื้นฐานเดียว –หรืออย่างน้อยที่สุด (หากนี่เป็นเพียงโวหารของพวกนักปรัชญา) ความเข้าใจอันเป็นพลังอำนาจที่บุคคลใช้ส่องไปถึงสิ่งต่างๆนั้นเองที่จะสร้างบุคลิกภาพให้แก่บุคคลนั้นในฐานะที่มันสะท้อนถึงพลังอำนาจของเขาด้วยรูปทรงและสาระที่แตกต่างกัน  และเป็นบุคลิกภาพที่ใกล้เคียงกับความเป็นเอกภาพมากที่สุด –และบางทีก็เป็นสภาวะที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
 
“ความเป็นเอกภาพ” คือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการจะสื่อสารแต่แรกเริ่ม, กล่าวกันว่าเป้าหมายคือแก่นแกนที่จะสร้างบุคลิกภาพของบุคคล เพราะมันเป็นตัวหล่อหลอมทัศนคติต่างๆ ให้แก่บุคคลนั้น –แต่ข้าพเจ้ามักเรียกมันว่าความขัดแย้ง ข้าพเจ้าจะใช้คำว่า “ทิศทาง” ในกรณีที่ต้องการจะพูดถึงนี้ : มูลฐานของสิ่งต่างๆ ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างเช่นคุณสมบัติของวงกลมจะช่วยอธิบายคุณสมบัติของสิ่งต่างๆ ได้, ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งอันหนึ่งจะสกัดเอาแก่นแท้ของความเข้าใจอื่นๆ เกาะเกี่ยวกัน ผสานกัน และสนับสนุนกันเกิดเป็นเอกภาพ เหตุเพราะมันได้เข้าไปใกล้เคียงกับสิ่งที่เป็นมูลฐาน, การเข้าถึงสิ่งที่เป็นมูลฐาน บุคคลจะรู้วิธีที่จะเชื่อมร้อยสิ่งต่างๆ ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว เหมือนลูกปัดที่ถูกนำมาร้อยเป็นเส้นเดียวกัน  ในการนี้บุคลิกของเขาจะเคลื่อนไหวไปตามอำนาจปัญญาแห่งความเข้าใจดังกล่าว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=120&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/03/31/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จิตสำนึกของความเป็นอื่น</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 14:28:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพร่างของการเขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[1
เป็นไปได้ว่ามีจิตสำนึกบางอย่างที่ความคิดอะไรก็ไม่อาจเข้าถึงได้  ตรงนี้มันสำคัญที่ว่าเมื่อไม่มีความคิดใดเข้าถึง ก็ไม่อาจมีกิจกรรมใดของมนุษย์เข้าถึงได้เลย  ยกตัวอย่างว่า เขาคนนั้นไม่มีความสัมพันธ์ใดกับระบบภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของสังคม  ในแง่ที่มันมีอำนาจไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อเขา  พูดอีกลักษณะก็คือ มันมีจิตสำนึกที่อยู่ลึกลงไปกว่ารูปแบบจิตสำนึกทางภาษา และเมื่อเขาเป็นสิ่งนั้น นั่นย่อมหมายถึง จะไม่มีการสื่อสารใดจากภายนอกเลยที่เปลี่ยนแปลงลักษณะที่เขาเป็นอยู่ได้ ความเป็นเขาไม่อาจเคลื่อนไปได้อีกด้วยภาษาภายนอก ด้วยเรื่องราวภายนอก หรือโดยที่สุด ด้วยสิ่งที่เรียกว่าความคิดใดๆ ก็ตามจากโลกภายนอก, ภาษาเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะจิตสำนึกของภาษา –หรือ เราควรจะพูดกันก่อนหน้านี้ในเรื่องของ “อัตบุคคลแห่งภาษา” หรือ คุณลักษณะของบุคคลที่เป็นเพียงแบบจำลองของภาษา –ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของผู้คน คือ มีความรู้สึกนึกคิด มีตัวตน มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายใต้อำนาจของภาษา
2
หากเขามีดวงตาที่อยู่หลังความคิด เขาย่อมต้องพบว่าความคิดไม่ได้อยู่ในจิตสำนึก หากแต่มันสามารถปรากฏเป็นจิตสำนึกในชั่วขณะใดหนึ่งได้ ในสัมผัสหนึ่งเราไม่สามารถอธิบายได้ว่าความคิดหนึ่งที่ปรากฏเป็นปัจจุบันของบุคคลหนึ่งนั้น เป็นผลมาจากความคิดอื่นที่มีอยู่ก่อนในตัวเขาแล้ว  ผู้อธิบายเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์หลังจากที่ความคิดหนึ่งนั้นดำเนินผ่านไปแล้ว ความคิดต้นเหตุของความคิด ณ ขณะนั้นเกิดมีได้ก็เพราะผู้อธิบายได้ย้อนหลังความคิดนั้นไปสู่อดีตโดยใช้ความคิดของผู้อธิบายเอง  ทว่าความคิดที่อุบัติ ณ ขณะนั้นสามารถเป็นเอกเทศในตัวมันเองได้เมื่อไม่มีผู้ใดไปคำนึงถึงต้นเหตุในตัวของมัน  หรือมีจิตสำนึกใดไปเปรียบมันกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา และในขณะปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้นจริง  และขณะปัจจุบันก็เป็นเวลาจริงที่ข้าพเจ้าได้ใช้เพื่ออธิบายความคิดเมื่อครู่
3
หากไม่ใช่ในขอบข่ายจิตสำนึกของภาษา เป็นไปได้ว่า –มันก็จะไม่มีอะไรเลยที่บุคคลจะได้ประโยชน์จากการมีอยู่ของสังคม นั่นหมายถึง –ตั้งแต่ต้นแล้วที่ภาษามีเป้าหมายของมันอยู่ อัตบุคคลถูกสร้างมาจากภาษา และอัตบุคคลต้องการเป้าหมายโดยมีภาษาเป็นฐานรองรับ ปรับเปลี่ยน และทำให้ตนบรรลุผล โดยการซึมซับภาษาและประสบการณ์ของมัน และก็เป็นตัวภาษานั่นเองที่กำหนดบุคคลไว้ตั้งแต่ต้น –หากแต่เรากำลังพูดถึงจิตสำนึกที่ต่างออกไป –แม้ไม่มากนักแต่ก็ต่างออกไป, การผ่านจิตสำนึกทางภาษาเพื่อเข้าสู่ประสบการณ์โดยตรงของการมีอยู่ของ “ตน” [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=117&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ในจัตุรัส</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/01/17/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/01/17/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2009 14:49:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[
บังเอิญฉันแหงนหน้าไปบนท้องฟ้า เห็นนกตัวใหญ่สีขาวสองตัวเหริร่อนอยู่ อยู่สูงมาก สูงไปจากตรงที่ฉันนั่งอยู่จนไม่อาจจินตนาการได้เลย  วันนี้เป็นวันต้นเดือนมกราคม อยู่ในช่วงอากาศเย็น แม้ว่าตอนนี้เป็นตอนบ่ายที่แสงแดดเจิดจ้าเต็มที่ แสงจ้าปกคลุมไปทั่ว  เข้าไปในท้องฟ้า เปลี่ยนสีน้ำเงินครามให้กลายเป็นสีฟ้าสด พร้อมๆ กับนกขาวที่สะท้อนแสงแวววับ พวกมันไม่ได้บินคู่กัน แต่บินไขว้กันเป็นกากบาท แปลกจริง สิ่งมีชีวิตที่อยู่สูงขนาดนั้น อยู่เพียงลำพังสองตัว  พวกมันคงไม่บังเอิญมาเจอกันในตอนที่ฉันแหงนหน้าไปบนฟ้าพอดี พวกมันควรจะบินเคียงกันไปในที่หนึ่ง ไม่ใช่บินตัดผ่านกันไปเหมือนว่าการพบกันเป็นเรื่องธรรมดา หรือพวกมันกำลังละเล่นอะไรกันอยู่ คงจะจริง เพราะหากดูจากสีสดใสบนท้องฟ้า และอากาศเย็นสบายในเวลาอุ่นๆ รวมถึงความสบายใจของฉันในเวลานี้ พวกมันก็อาจจะละเล่นกันอยู่จริงๆ เป็นการละเล่นของสัตว์สองตัวที่บังเอิญมาพบกัน บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และว่างเปล่า ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยข้างบนนั้น มีเพียงสีฟ้าที่เราไม่อาจจับต้องได้ และลมหนาวที่ผ่านร่างเราไป ทิ้งความเย็นชื่นอยู่ใต้ผิว สูดมันเข้าไป แล้วผ่อนลมหายใจอุ่นๆ ออกมา อะไรสักอย่างของเรานะ ที่ลอยขึ้นไปจรดบนท้องฟ้ายามบ่ายนั่น  เพียงชั่วคราวเท่านั้นแหล่ะ ง่ายดายเหลือเกินที่เราจะกวาดตาจากข้างบนนั้นลงมาข้างล่าง ช่างเร็วเหลือเกิน เร็วจนใจหาย ไม่นานฉันถึงรู้ว่า ตนกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ มองดูผู้คนที่กำลังนั่ง กำลังเดิน กำลังเคลื่อนไหว กำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง อะไรที่อยู่ๆ มันก็เข้ามาในนี้ แทนความชุ่มเย็นของลมหนาว แทนสีฟ้าสดที่ว่างเปล่า และตกอยู่ในห้วงเหล่านั้น พาเราไปสู่ที่หมายในความทรงจำ ความทรงจำสีเขียวที่เยือกเย็น เพียงไม่นานชายคนนั้นจะลุกจากที่ตรงนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=115&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/01/17/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอาชนะ (2)</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2009/01/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad-2/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2009/01/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jan 2009 14:03:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=108</guid>
		<description><![CDATA[รูปแบบการดำรงชีวิต -สิ่งต่างๆ ที่จิตรับรู้ สัมผัส และแสดงออกมา ล้วนอยู่ภายใต้ข้อจำกัดหนึ่งที่เรียกว่ามนุษย์ ณ ที่นี้ มีทั้งธรรมชาติ และสิ่งแต่งเติมของวัตถุความคิด เราไม่อาจนึกถึงรูปแบบที่เลยโพ้นไปจากภาวะสำนึกนี้ได้ เหตุเพราะเราคือสิ่งนั้น ความเข้าใจทั้งหมด จักรวาลทั้งหมด ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของรูปแบบชีวิตนี้, ในสมองมีแบบแผนของมนุษยชาติกำหนด ทุกคนบนท้องถนน ทางเท้า และบนตึก -หากลบล้างขอบเขตของหน่วยบุคคล และรูปทรงภายนอกออก เราพบเพียงแบบแผนหนึ่ง -ที่เพียงแต่พุ่งเข้าหาอัตตาของอัตบุคคลเท่านั้น หน่วยบุคคลทำให้เกิดอัตตา แต่นี่ไม่อาจจะลบล้างความทรงอำนาจของแบบแผนมนุษยชาติที่อยู่ในสมองของอัตบุคคล -ซึ่งในสัมผัสหนึ่งที่ทรงนัยยะที่สุด จะดูเหมือนว่า มีเพียงอภิมนุษย์ตนหนึ่งเท่านั้นที่ทรงร่างอยู่ในจักรวาล, ประสบการณ์ของแต่ละคนจะมีความหมายอยู่ในเพียงความหมายของแต่ละคน -ซึ่งอยู่ในขอบเขตความหมายของแบบแผนดังกล่าว
นี่จึงดูเหมือนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไม่มีความหมายหรือ? -คำถามนี้จะพุ่งตรงเข้าสู่ความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้า หรือธรรมชาติ เป็นไปได้ที่เราอาจจะเชื่อว่า ธรรมชาติคือนักทดลองอยู่ตลอดเวลา, หากไม่มีแบบแผนสมบูรณ์ที่ธรรมชาติกำหนดไว้ให้มนุษย์เดินตามแล้ว พระเจ้าก็ไม่มีความหมาย เว้นเสียแต่พระองค์จะเป็นนักทดลองที่ยิ่งใหญ่และมีความรับผิดชอบ -รูปแบบขอมนุษย์พัฒนามาจากการสุ่มเหมือนการแตกกิ่งของต้นไม้? -ประวัติศาสตร์ของมนุษย์  &#8220;ถ้าเรากะเทาะเอาความชั่วเพียงชั่ววูบที่เกิดจากเมืองออกไป เราก็หวังจะพบในส่วนดีที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ &#8220;อะไรบางอย่าง&#8221;" พระองค์ตรัส -หรือไม่ก็อาจไม่พบอะไรนอกจากความชั่วเพียงชั่ววูบที่อยู่ส่วนลึกที่สุดของพวกเขา, เมื่อมนุษย์ตายไป และดวงวิญญาณเขาพ้นสภาพจากโลกวัตถุ หรือความทรงจำเกี่ยวกับกิเลสแห่งโลกวัตถุ เราจะพบดวงวิญญาณที่สูงขึ้นหรือเปล่าจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา? หรือไม่ดวงวิญญาณที่สูงขึ้นก็ไม่มีค่าอะไรเลยหากโ,กกายเนื้อที่เป็นอยู่นี้ตกต่ำลง -เราจำต้องยึดมาตรฐานของโลกกายเนื้อไว้ เราะมันทำให้ข้อเขียนและคำถามนี้เกิดขึ้นได้
หากมีคนบอกข้าพเจ้าว่ามนุษย์ -อย่างน้อยก็ขณะนี้  [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=108&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2009/01/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอาชนะ</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/12/18/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/12/18/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2008 15:30:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=103</guid>
		<description><![CDATA[ผมกำลังคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความเศร้า อะไรบางอย่างคล้ายๆ โศกนาฏกรรม  เกี่ยวกับธรรมชาติ ความน่าเชื่อถือ และความน่าเคลือบแคลงของมัน  ดูเหมือนความเจ็บปวดจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติ  และนั่นคือสิ่งที่ผมสงสัย ว่าธรรมชาติเคยคิดมันบ้างไหม เกี่ยวกับความสมดุลที่ปราศจากความเจ็บปวด? พวกสัตว์นั้นไม่เคยพร้อมยอมตายจากมือนักล่า  มันไม่พร้อยสังเวยตนให้กับระบบนิเวศเลย  ผมสงสัยเช่นนี้ในโลกของมนุษย์เหมือนกัน  ทำไมความต้องการอำนาจจึงดูเหมือนจะกลายมาเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ตัวผู้ ? ความต้องการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความเข้มแข็งของเผ่าพันธุ์ตนหรือไม่? จนถึงวันนี้ผมไม่เห็นทางใดเลยว่ามนุษย์จะรอดพ้นจากชะตากรรมที่ผมเกือบจะเชื่อว่า ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งที่กำหนดมันขึ้น -&#8221;ข้าพเจ้าฝันถึงรูปแบบมนุษย์ที่เอาชนะสิ่งนี้ได้&#8221; สิ่งต่างๆ น่าจะดีขึ้นกว่านี้  มันไม่น่าจะเป็นอย่างนี้เลย  ถ้าพระเจ้ามีจริง และพระองค์ลงมาปรากฏตัวให้เห็น และถึงแม้ผมจะเชื่อในความจริงแท้ของพระองค์ แต่ความเชื่อนั้นจะทำให้ผมต่อต้านพระองค์  ไม่ว่าการต่อต้านจะทำให้ผมตกนรก  ผมจะยังคงเลือกอยู่ข้างมนุษย์ แม้มนุษย์ทั้งหมดจะอยู่ข้างพระองค์  &#8220;อา เป้าประสงค์ของพระองค์คืออะไร หรือยุคสมัยกลายเป็นเพียงกงล้อ? มนุษย์สังเวยตนให้แก่ความทุกข์เหล่านี้เพื่ออะไร? ข้าจำต้องถาม แม้คำตอบจะเลยพ้นสติปัญญาข้า ข้าอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าพระองค์ละเลยคำถามนี้ แล้วทำไมข้าจึงถามไม่ได้ ในเมื่อคนเจ็บปวดนั้นคือข้า หรือพระองค์เป็นเจ้าชีวิตข้า?  ถ้าเช่นนั้น ถ้าพระองค์ต้องการลิดรอนความคิดนี้ไปจากข้าเสีย  [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=103&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/12/18/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แนวคิดเกี่ยวกับท่วงทำนองของความหมาย</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/11/27/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/11/27/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2008 13:57:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาพร่างของการเขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[แนวคิดเกี่ยวกับท่วงทำนองของความหมายคือสิ่งที่ข้าพเจ้าใช้เพื่ออธิบายอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างภาษากับจิตเหนือสำนึกของผู้เขียน ในภาวะการเขียนอย่างเข้มข้นคือภาวะที่ผู้เขียนสื่อสัมพันธ์กับภายในตนด้วยศักยภาพที่ ไม่ใช่ความสำนึก คิดตามปกติ, ณ ตอนนั้นเกิดการเรียกร้องอย่างมากมายเพื่อไปสู่บางสิ่งที่ใกล้เคียงกับ –จิตวิญญาณ  ด้วยภาวะเช่นนี้จะเข้าไปลดทอนความซับซ้อน ความเชื่องช้าของการคิดในรูปแบบของเหตุผล หรือความคิดชนิดใดก็ตามที่นักวิชาการได้เคยจำแนกเอาไว้แล้ว –หรือ เข้าไปทำลายแบบแผนของกิจกรรมและหน้าที่ๆ ถูกต้องของภาษาและการสื่อสาร, การทำลายคือบทบาทหนึ่งของพลังอำนาจของท่วงทำนอง และสิ่งที่ควรถูกทำลายเป็นอย่างยิ่งต่อหน้าท่วงทำนองก็คือภาษาตามสำนึกคิด และโดยนัยที่สุดแล้วย่อมต้องเป็นจิตสำนึกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
 นักประพันธ์ที่เป็นศิลปินย่อมรู้ดีว่า ความคิดและภาษาเป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารภายในตน เหตุเพราะอันดับแรก ภายในตนของเขาคือความคิดและภาษานั่นเอง แต่จิตวิญญาณไม่ใช่สิ่งเหล่านั้น หรือหากใช่ก็มีส่วนน้อยมาก เขาย่อมรู้ดี, มีบางสิ่งที่ทรงอำนาจอยู่ภายใต้หน้ากากของภาษาและจิตสำนึก และเขาต้องการเครื่องมือที่จะสัมผัสสิ่งเหล่านั้น เลือด-คือเครื่องมือชิ้นแรกที่เป็นไปได้ในตอนนี้ 
 ท่วงทำนองคือจิตวิญญาณของผู้เขียนโดยใช้ภาษาเป็นสิ่งหุ้มห่มเพื่อให้เป็นรูปธรรม ทุกๆ การเคลื่อนไปของประโยคไม่ใช่หน่วยย่อยเพื่อประกอบกันให้เป็นข้อเขียน แต่พวกมันสามารถดำรงความหมายของตนอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง และดำรงอยู่มาก่อนที่การเขียนจะเกิดขึ้น และล้วนบ่งบอกถึงสาระอันเดียวกับสารทั้งหมดในการเขียนครั้งหนึ่งๆ  ที่ผู้เขียนไม่อาจควบคุม -และไม่จำเป็นต้องควบคุมการหลั่งไหลของมัน, มีความเข้าใจอย่างมากมายและต้องการแสดงตัวออกมาภายในครั้งเดียว และบ่อยครั้งดูเหมือนจำเป็นต้องแสดงตัวออกมาภายในครั้งเดียว, ความหมายต่างๆ ที่ประเดประดังเข้ามา ไร้ลำดับ และขาดความต่อเนื่องนี้ เป็นไปตามสันชาญ และการหยั่งถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นลำดับหรือแสดงตัวตามเงื่อนไขของภาษา, ในชั่วขณะภาวะของความเข้าใจ  ความหมายต่างๆ หลั่งไหลเข้ามา ในทุกทิศทาง ชั่วขณะนั้นผู้เขียนไม่มีวิธีการใดที่จะจัดการความหมายเหล่านั้นได้ดีไปกว่าสัญชาตญาณขณะนั้น เพราะขณะนั้นบทบาทและอำนาจของวยากรณ์ภาษาถูกทำลายลงสิ้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=95&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/11/27/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/11/16/93/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/11/16/93/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Nov 2008 16:04:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไดอะล็อกของเค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ความตายคือเสรีล่วงหน้าของวิญญาณ&#8221;
Posted in ไดอะล็อกของเค       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=93&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/11/16/93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อะไรบางอย่างขณะขี่รถ</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/11/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/11/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2008 15:00:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพร่างของการเขียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อครู่ขณะกำลังขี่รถอยู่ มีความคิดอะไรบางอย่างที่ผ่านเข้ามาในผม เป็นเหมือนจิ๊กซอว์หนึ่งของภาพใหญ่ๆ ในผังความคิด ผมอยากเล่าอะไรบางอย่างที่อยากเล่ามาตลอด เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็สามารถเป็นได้ทุกอย่าง ด้วยอะไรอย่างหนึ่งที่มันอยู่ในผมนี้ ผมก็ไม่อาจเขียนเรื่องอะไรได้อีกแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรเลยที่ผมสนใจ นอกจากความสนใจที่มันกลายมาเป็นตัวผมนี้ บางทีผมอาจกำลังรอให้มันอยู่กับผมเต็มที่ก่อนที่จะเขียนลงไป หรืออาจจะไม่เขียนอีกเลย ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น ลองสมมุติดูนะ ว่ามีชายคนหนึ่งซึ่งกำลังป่วยมากๆ เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ที่ตนคิดว่าสำคัญ แต่อยู่ๆ ก็ลืมเรื่องที่อยากคุยไปหมดสิ้น พร้อมกับคนที่อยากคุยด้วย “มันก็ไม่ต่างอะไรกัน” เขาคิด ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย และสิ่งที่เปลี่ยนก็ไม่จำเป็นเลย ถ้าเราลืมเรื่องที่ว่า “เรา” เป็นคนพูดสิ่งนั้น สิ่งนั้นก็ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้เราพูด มันคงจะอยู่ในอวกาศ ไม่ว่าจะพูดไม่พูดมันก็อยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะมีใครได้ยินหรือไม่ มันก็อยู่ตรงนั้น
ผมลืมไปแล้วว่ามีเจตจำนงที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ออกจะแปลก ว่ามนุษย์ที่มีสติปัญญาถึงขนาดถามเรื่องเจตจำนงที่สร้างตนขึ้นมา จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างมั่วๆ โดยธรรมชาติซึ่งไม่มีใครเลย แต่ก็ออกจะเปล่าประโยชน์ที่จะจินตนาการถึงพระผู้บันดาลทั้งหลาย หากจะมีสิ่งนั้น ก็คงไม่อยู่ในความสามารถที่จะจินตนาการด้วยสมองของมนุษย์เอง มนุษย์กลายเป็นเจตจำนงของพระเจ้า ซึ่งตัวเขาเองปราศจากเจตจำนง เดินชนกันไร้ทิศทางตามท้องถนน มันอาจดูโหดร้าย แต่เป็นไปได้ว่าพระเจ้าไม่รู้จักความรู้สึกโหดร้าย เพราะพระองค์ไม่ได้เป็นมนุษย์ และไม่มีความเปรียบกับอะไรๆ ไม่มีความรู้สึก หรืออาจมีความรู้สึก แต่ไม่ได้ใช้มัน ใช่ มันดูเป็นเรื่องโหดร้าย หากเราจะจินตนาการว่าเอกภพไร้เจตจำนง หรืออย่างน้อย ก็ไร้เจตจำนงในระดับของมนุษย์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=90&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/11/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คืนหนึ่งบนดาดฟ้า</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/09/28/%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/09/28/%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Sep 2008 13:47:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=85</guid>
		<description><![CDATA[
ในคืนมืด ฉันขึ้นไปบนดาดฟ้า มองลงมา ไฟสว่างนวลแต้มเป็นจุดๆ มองไปไกลในเมืองเห็นไฟระยิบระยับ ได้ยินเสียงแว่วของพวกเด็กๆ เสียงรถไฟ เสียงจั๊กจั่นเรไร ลมพัดผ้าที่ตากไว้่สะบัด เสียงรถไฟค่อยๆ แผ่วลง แต่เด็กๆ ยังเล่นกันอยู่ คนงานสามคนเดินกอดคอกัน จักรยานคันหนึ่งแล่นตัดผ่าน หมาในสวนวิ่งไล่ตะครุบกบ ตรงโน้น โคมถนนเปิดแสงขาวอยู่ดวงเดียว แมลงเม่าบินว่อนรอบๆ วนซ้ำไปซ้ำมา รวดเร็ว เร่งรุด ราวกับพวกมันกำลังบอก &#8220;ข้าจะกลับมาอีก! ข้าจะกลับมาอีก!&#8221;


Posted in เรื่องสั้น       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=85&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/09/28/%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://picass.files.wordpress.com/2008/09/0012.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">0012</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความอ่อนล้าของขนบศาสนา และข้อคิดเห็นเล็กน้อยเกี่ยวกับพลังทางศาสนา</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/09/28/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/09/28/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Sep 2008 12:42:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=78</guid>
		<description><![CDATA[ในตอนนี้ เราไม่ได้ถามว่าชีวิตคืออะไรหรือเกิดมาทำไม เราขาดการติดต่อกับอำนาจเบื้องบนไปเสียแล้ว เราเข้าไปสู่รูปแบบที่ –มนุษยชาติเริ่มคุ้นเคยกับความไม่รู้อะไรเลย  เลิกรอคอยกับการหาคำตอบ –นั่นเพราะพวกเขาทนได้ หรือจำต้องทนกับการหาจุดกำเนิดและเจตจำนงใดๆ ไม่ได้เลยกับชีวิต –นั่นเพราะพวกเขาทนได้ หรือจำต้องทนกับการหาจุดกำเนิดและเจตจำนงใดๆ ไม่ได้เลยกับพระเจ้า การที่จิตใจเราต้องพัฒนาไปสู่รูปแบบที่ตัดขาดกันไปแล้วจากรูปแบบของจิตสำนึกที่พึ่งพิง –เรียกรวมๆ ว่า ศาสนา, ตรงนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดถึงคนประเภทหาเช้ากินค่ำ หรือพวกคนที่ถูกพัดพาไปตามยุคสมัย, การเลิกล้มที่จะหาความหมายชีวิต เรากลับมองเห็นชีวิตมากขึ้น และความรักของเรากลายเป็นจริง เพราะเรารักชีวิตที่เป็นอยู่จริง, การเลิกแสวงหาทั้งที่ยังมีพลังอยู่เต็มเปี่ยม พลังนั้นจะเข้าไปหาชีวิตโดยตรง ไม่มีคำถามว่าเรายังอยู่เพื่ออะไร –ไม่มีความสงสัยใดเลย –ไม่ได้หมายถึงเราไม่พบคำตอบ –แต่ทว่าเราไม่มีคำถาม –ไม่มีสิ่งใดกัดกินให้เราว่างโหว่ –นั่นเพราะ –พลังนี้อยู่กับเรา
ข้าพเจ้าควรจะเสนอเป็นภาพร่างๆ ว่า พลังนี้ควรต้องเรียกว่าศาสนา –ศาสนา-มันไม่ได้หมายถึงการเดินเพื่อไปสู่จุดหมายทางปรัชญา หรืออภิปรัชญาใด –เราล้มล้างความเชื่อกันไปแล้ว อย่างที่ข้าพเจ้าได้อารัมภบทไป –จิตสำนึกที่รอคอยแต่โลกหน้ากำลังจะถึงทางตัน –และพวกที่คิดว่ามีพระเจ้าอยู่กับตนเอง จะไม่อาจข้ามพ้นตนเองไปได้ ปัจเจกต้องค้นพบพลังนี้ด้วยตัวเขาเอง พลังนี้ มันเกี่ยวข้องกับสัญชาตญาณ –และการล่วงรู้ถึงสัญชาตญาณนั้น ข้าพเจ้าเรียกว่าความทรงอำนาจ การผ่านกระบวนการคิดไปสู่จุดกำเนิดของมัน และการไปสู่ความรู้สึกที่เป็นต้นกำเนิดของความรู้สึกต่างๆ บางที อาจเกี่ยวข้องกับความสันโดษ ไปสู่ความหมดจด ความพิสุทธิ์ และความตาย และเมื่อผ่านความตาย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=78&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/09/28/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;ความรู้สำนึกของการก่อนกำเนิด&#8221;</title>
		<link>http://picass.wordpress.com/2008/07/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://picass.wordpress.com/2008/07/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Jul 2008 14:03:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anan</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทรรศนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://picass.wordpress.com/?p=76</guid>
		<description><![CDATA[ดูเหมือนไม่ง่ายนักที่เราจะปฏิเสธว่าการมีชีวิตนั้นเป็นเรื่องพิเศษ –และหากไม่มีเรื่องนี้ก็คงไม่มีเรื่องอื่นๆ ตามมา, ข้าพเจ้าจะสรุปเป็นวลีสั้นๆ –ว่าชีวิตนั้นเป็นเรื่องของการ “สดุดี” มากกว่าการปฏิเสธ –ข้าพเจ้าพูดถึงคำ “สดุดี” โดยการเปรียบกับเสียงของระฆัง –การรัวกลองกัมปนาท –และเสียงแซ่ซ่องก้องในอากาศ หรืออย่างน้อย –หากเป็นไปได้ ข้าพเจ้าก็จะพูดให้กับผู้ที่ต้องการ “ดับ” ทั้งหลายฟัง, ว่าอันที่จริงแล้ว ตัวบุคคลไม่ได้มีอำนาจที่จะปฏิเสธชีวิต การมีเจตจำนงที่ปฏิเสธชีวิตนั้น อย่างน้อย ตัวบุคคลก็เต็มไปด้วยข้อจำกัด ที่จะคิดถึงรูปแบบอย่างสูงสุดเพื่อจะเป็นปฏิปักษ์กับชีวิตตนเองได้ เจตจำนงที่ปฏิเสธชีวิตนี้ –ถ้าข้าพเจ้าคาดไม่ผิด มันมาที่หลังการมีชีวิตอยู่ก่อนเสมอ มันไม่มีเจตจำนงใดจะไปยับยั้งอำนาจการเกิดมีชีวิตขึ้นมาในเอกภพ 
 
เรายังคงมีทัศนคติดั้งเดิมอยู่ที่ว่า การดับอย่างนิรันนั้นเกี่ยวข้องกับเจตจำนงที่ปฏิเสธชีวิต –มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ข้าพเจ้าค้นพบความคิดที่ลึกซึ้งที่สุด –และดูออกจะเลื่อนลอย ว่าการ “สดุดี” ชีวิตในรูปแบบที่สูงที่สุด จะเกิดขึ้นพร้อมกับความตายของตัวบุคคลเอง –การได้เข้าใกล้กับชีวิตภาคใหญ่ทั้งมวล บุคคลได้ดับอย่างนิรัน และเกิดอย่างนิรัน, มันมีอะไรบางอย่างในชั่วขณะที่ชีวิตอยู่ และบุคคลค้นพบความตายก่อนหน้านี้ และยังคงส่งผลสะเทือนต่อภาวะสำนึกทั้งหมดในขณะนี้ ในการก้าวเข้าสู่ประตูนี้อย่างแท้จริง บุคคลจะได้รักอย่างมากมาย และเท่าที่ขอบเขตของการรับรู้ของชีวิตจะมีให้ได้ ณ ตอนนั้น การปฏิเสธชีวิตจะยังมีความหมายอะไร? บุคคลไม่ได้มีชีวิตชนิดที่จะปฏิเสธหรือยอมรับอีกแล้ว –ภาระต่างๆ และตัวชีวิตอันทนทุกข์นั้น จะมาทีหลังจากชีวิตชั่วขณะปัจจุบันนั้น และมันก็จะพุ่งไปสู่อนาคต โดยเฉพาะกับพวกที่กำลังกำจัดชีวิตอย่างหนักหน่วง
 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=picass.wordpress.com&blog=1936245&post=76&subd=picass&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://picass.wordpress.com/2008/07/05/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cefcbde4a03cedc00f5eec1d340f8499?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">anan</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>