วาทกรรม-วรรณกรรม

หากฉันอยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ฉันยอมแพ้พ่าย ฉันจะพูดอะไรนะ

ฉันกำลังนึกจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันถามตัวเองเสมอว่า อะไรนะที่ติดอยู่ในหัวเรา หรือเรากำลังคิดอะไรนะ อะไรล่ะที่ทำให้ฉันคิดว่าตนกำลังคิดอะไร ในขณะที่ฉันไม่ได้คิดอะไร คงมีบางสิ่งอยู่จริงๆ บางสิ่งที่อยากจะสื่อสารกับใคร สมมุติว่าในยามที่ฉันต้องพูดออกมาจริงๆ หรืออยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ฉันยอมแพ้พ่าย เหมือนกับเด็กร้องไห้แงเมื่อแม่กอด ในตอนนั้น ฉันจะหาคำอะไรมาพูดล่ะ ประโยคที่ไม่ยืดยาวจนทำให้เสียพลังที่จะถ่ายทอดไป พรมของคำพูดที่จะรองรับความรู้สึกที่หนักพอ และไม่อาจคลี่ขจายออกไปตามช่วงเวลา คำพูดที่คมพอจะเหลาความรู้สึกนี้ให้ปักเข้าไปในอกฉันได้ เหมือนลมหายใจที่ฉันพยายามเอาออกให้หมดไป เหมือนท้องฟ้าหลังฤดูหนาว ลมอุ่นๆ เริ่มเข้ามา ในชั่วขณะที่ยอดของลมหายใจเข้า หลั่งไร้เข้าสู่จิตไร้สำนึก ช่วงแห่งเทวะน้อยๆ ของฉัน ที่ๆลมหายใจได้กลับเข้าสู่ต้นกำเนิดของมันอีกครั้ง –ความเปรมปรีย์อันบริสุทธิ์ ที่อยู่ในสมองของเรา ฉันแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไร้สาเหตุ  มองดูสิ่งต่างๆ รอบตัว และก็ไม่อาจเข้าใจได้ ทุกสิ่งเป็นของมันอย่างนั้น เบื้องซ้ายของฉันผูกพันกับมัน เบื้องขวาของฉันอยู่ในจุดก่อนกำเนิดของพวกมัน มีแต่ความรักที่เหมือนว่างเปล่า หรือความว่างเปล่าที่เหมือนความรัก สิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมาย แต่ก็ทรงอำนาจพอจะทำให้ฉันเกิดเป็นมนุษย์  มีความรู้สึกแบบมนุษย์ ฉันมองและบอกตัวเองว่ากำลังมองอะไร เหมือนเด็กที่หัดอ่านหนังสือ หญิงคนนั้นกำลังกางร่ม ชายชราเดินเข้าร่มไม้ ต้นไม้ใบไม่เต็มทรง ผิวสัมผัสเรียบ ทางเดินไม่เสมอ ทอดยาวลึกลงไปจรดถนนอีกสาย พวกรถวิ่งผ่านไปมา ผู้คนเดินผ่านไปมา สักพักก็เริ่มจางลง  แดดหายวับ ดึงผ้าคลุมสีทองของมันออก อีกเดี๋ยวอาทิตย์จะตกลงตรงโน้น  ท้องฟ้ามืดลง โคมถนนจะส่องสว่าง ตลาดนัดเปิดไฟระยิบ ได้ยินเสียงเพลงเก่า สายลมอุ่นโชยมาไม่หยุด

หากฉันอยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ฉันยอมแพ้พ่าย ฉันจะพูดอะไรนะ มันมากมายเสียจนที่ฉันจะพูดอะไรได้ คำพูดคงหมดความหมายโดยพลัน ความหมายที่ทรงพลังอยู่ในอกของฉัน ภาษาที่ล้ำลึกคือภาษาที่โดดเดี่ยว

มิถุนายน 7, 2009 Posted by | ภาพร่างของการเขียน, เรื่องสั้น, Uncategorized | 4 ความเห็น

   

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.